Topic
CG Today: กรรมการบริษัท “ไม่มีอำนาจ” แต่งตั้ง/กำหนดค่าตอบแทน “ผู้สอบบัญชี”
![]()
บทบาทหน้าที่ของ “กรรมการบริษัท” อยู่ภายใต้อำนาจของ “ผู้ถือหุ้น” กรรมการบริษัทแสดงเจตนาในฐานะ “ผู้แทนนิติบุคคล” แทนบริษัทตามหลัก “ตัวการตัวแทน” ในการทำนิติกรรมสัญญาตาม “ขอบเขตอำนาจ” และ “วัตถุประสงค์บริษัท”
กรณีบริษัท (ตัวการ) ไม่มีอำนาจทำนิติกรรมสัญญา กรรมการบริษัท (ตัวแทน) ย่อมไม่มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทในเรื่องนั้น กรณีที่เป็นเรื่อง “การกำกับดูแลกิจการ” (Corporate Governance) รวมถึงการตรวจสอบการทำงานของกรรมการบริษัท กรรมการบริษัทย่อมไม่มีอำนาจ “อนุมัติสั่งการ” ในเรื่องนั้น
“การกำกับดูแลกิจการ” ที่กรรมการบริษัทไม่สามารถ “อนุมัติสั่งการ” เช่น การกำหนดและอนุมัติ “ค่าตอบแทน” ให้แก่กรรมการบริษัทเอง ทั้งที่เป็น “ผลประโยชน์ทางการเงิน” (Financial Benefit) เช่น เบี้ยประชุมกรรมการ ค่าตอบแทนกรรมการ โบนัสกรรมการ และ “ผลประโยชน์รูปแบบอื่น” (Non-Financial Benefit) เช่น การให้หุ้นกรรมการ รถประจำตำแหน่งกรรมการ ประกันสุขภาพกรรมการ เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้มีอำนาจตามกฎหมายในการกำหนดค่าตอบแทนเหล่านี้ให้แก่กรรมการบริษัทคือ ผู้ถือหุ้น มิฉะนั้น จะเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ในการทำงานระหว่าง “ตัวการ” และ “ตัวแทน” รวมถึงผิดกฎหมายบริษัท

กรรมการบริษัทมีหน้าที่ต้องจัดทำ “งบการเงิน” เพื่อให้ผู้ถือหุ้นอนุมัติ การจัดทำบัญชีเพื่อนำไปสู่งบการเงินมี “กฎหมายการบัญชี” และ “กฎหมายการสอบบัญชี” แยกต่างหาก และกำหนดรายละเอียดให้มี “วิชาชีพบัญชี” ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทำบัญชีและการสอบบัญชีโดยตรง งบการเงินจึงเป็นการตรวจสอบการทำงานของกรรมการบริษัทด้านการเงินรูปแบบหนึ่ง
กฎหมายจึงกำหนดให้กรรมการบริษัทนำเสนอ “การแต่งตั้ง/การกำหนดค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี”เพื่อให้ผู้ถือหุ้นอนุมัติการทำหน้าที่ของผู้สอบบัญชี “อำนาจอนุมัติของผู้ถือหุ้น” เป็น “อำนาจเด็ดขาด” ไม่ยืดหยุ่น ไม่มีข้อยกเว้น ไม่สามารถกระจายอำนาจได้ ที่สำคัญ คือ กรรมการบริษัทในฐานะตัวแทน ไม่สามารถใช้อำนาจนี้แทนบริษัทได้ เพราะนอกจากจะขัดแย้งต่อหลักการ Check & Balance แล้ว ยังขัดต่อหลักความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ในการทำหน้าที่ของกรรมการ
กรณีตัวอย่าง “กรรมการบริษัท” ทำผิดหน้าที่ เป็นคดีที่กรรมการเกิดข้อพิพาทกันระหว่าง “ผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 กลุ่ม” ในธุรกิจครอบครัวที่มีอายุกิจการนานกว่า 30 ปี ไม่ได้จัดทำ “งบการเงิน” และไม่ได้จัดประชุมผู้ถือหุ้นนาน 8 ปี ในที่สุด “ผู้ถือหุ้นกลุ่มแรก” ที่มีคะแนนเสียงมากกว่า ได้ใช้ “อำนาจกรรมการ” แต่งตั้ง “ผู้สอบบัญชี” และ “กำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี” โดยให้ตรวจสอบบัญชีย้อนหลัง พร้อมทั้งจัดทำงบการเงินเพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงินนั้น
“ผู้ถือหุ้นกลุ่มหลัง” ที่มีคะแนนเสียงน้อยกว่า ได้โต้แย้งในที่ประชุมผู้ถือหุ้นว่า “กรรมการบริษัท” ไม่มีอำนาจในการแต่งตั้งและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี แต่ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้ใช้เสียงข้างมาก “ให้สัตยาบัน” การแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของกรรมการ และ “อนุมัติงบการเงิน” ในที่สุด

ศาลตัดสินโดยให้เหตุผลว่า “อำนาจแต่งตั้ง/กำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี” เป็นของผู้ถือหุ้นเท่านั้น กรรมการบริษัทไม่มีอำนาจแต่งตั้ง/กำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี เพราะกรรมการบริษัททำหน้าที่เป็น “ผู้แทนนิติบุคคล” บริหารงานกิจการบริษัท โดยมีผู้สอบบัญชีเป็น “ตัวแทนของผู้ถือหุ้น” ตรวจสอบการทำงานของกรรมการบริษัท ผ่านสมุดบัญชี เอกสารประกอบการลงบัญชีและหลักฐานที่เกี่ยวข้องตาม “มาตรฐานบัญชี” เพื่อแสดงความเห็นของผู้สอบบัญชี รวมทั้งรับรอง “ฐานะทางการเงิน” ของบริษัท
การทำหน้าที่ของผู้สอบบัญชีจึงเป็น “การตรวจสอบการทำงาน” ของกรรมการบริษัท หากกฎหมายยอมให้กรรมการบริษัทแต่งตั้ง/กำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีจะมีผลให้ “ผู้สอบบัญชี” อยู่ภายใต้อำนาจของ กรรมการบริษัท ซึ่งขัดแย้งต่อหลักของกฎหมาย ดังนั้น กรณีตัวอย่างนี้ผู้ถือหุ้นจึงไม่สามารถ “ให้สัตยาบัน” ต่อการทำผิดกฎหมายของกรรมการบริษัท ดังนั้นจึงถือว่าบริษัทและผู้ถือหุ้นยังไม่ได้แต่งตั้งผู้สอบบัญชีและถือว่ายังไม่ได้จัดทำงบการเงินและตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ผลตามมาสำหรับกรณีศึกษานี้ บริษัทต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นใหม่ กำหนด “วาระการประชุม” แต่งตั้งและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี รวมถึง วาระอนุมัติงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบแล้ว เพื่อให้ “กระบวนการ” ถูกต้องตามกฎหมาย
เขียนโดย
ชินภัทร วิสุทธิแพทย์
จัดทำโดย
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย