Topic
CG Today: ผู้ถือหุ้น “ถอดถอน” กรรมการบริษัทใน “วาระอื่น”
![]()
ผู้ถือหุ้นเป็น “เจ้าของทุนบริษัท” จัดตั้งบริษัทขึ้นมาเป็น “นิติบุคคล” โดยสภาพแล้วบริษัท (ตัวการ) ไม่สามารถทำนิติกรรมสัญญาได้ด้วยตนเอง เพราะเป็น “บุคคลสมมติตามกฎหมาย” ต้องมี “ผู้แทนนิติบุคคล” คือ กรรมการบริษัท (ตัวแทน) ที่เป็นบุคคลธรรมดาทำหน้าที่แทนบริษัท โดยมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทด้วย “การลงนามแทนบริษัท”
วาระการประชุมผู้ถือหุ้นที่เป็น “วาระอนุมัติ” ผู้ถือหุ้นต้องทราบ “วาระการประชุม” อย่างชัดเจนล่วงหน้าใน “หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น” หากเป็น “บริษัทมหาชน” ต้องมีความเห็น “คณะกรรมการ” ประกอบในแต่ละวาระการประชุมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นทราบแนวทางการลงมติว่ากรรมการบริษัทให้ความเห็นต่อวาระนั้นอย่างไร ซึ่งวาระการประชุม ไม่มีกฎหมายกำหนดชัดเจนในรายละเอียดและลำดับของการจัดวาระการประชุม เช่น วาระอนุมัติ วาระรับรองรายงานการประชุม วาระติดตามผลการดำเนินงาน วาระเพื่อทราบ รวมถึง วาระอื่น
“วาระอนุมัติ” เป็นวาระสำคัญที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ถือหุ้นเท่านั้นมีอำนาจอนุมัติ กรรมการบริษัทไม่สามารถกระทำแทนผู้ถือหุ้นหรือบริษัทได้ เช่น การเพิ่มทุน การลดทุน การแก้ไขหนังสือบริคณฑ์สนธิ การแก้ไขข้อบังคับบริษัท การควบรวมบริษัท การเลิกบริษัท รวมถึง การแต่งตั้ง/ถอดถอนกรรมการบริษัท ผู้ถือหุ้นมี “อำนาจตามกฎหมาย” ในการประชุมผู้ถือหุ้นและตรวจสอบผลประกอบการของบริษัทผ่านการอนุมัติงบการเงินบริษัทเท่านั้น กฎหมายแยกบทบาทหน้าที่ของผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัทไว้อย่างชัดเจนไม่ให้ทำหน้าที่ก้าวก่ายกัน ผู้ถือหุ้นเมื่อใช้อำนาจแต่งตั้งกรรมการบริษัททำหน้าที่แทนแล้ว ไม่สามารถเข้ามาก้าวก่ายการทำงานของกรรมการบริษัท

ผู้ถือหุ้นแต่งตั้งกรรมการโดยพิจารณาจาก “คุณสมบัติ” เช่น ความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ เป็นต้น กรรมการบริษัทตามกฎหมายไทยต้องเป็น “บุคคลธรรมดา” (แตกต่างจากบางประเทศยอมให้มี Corporate Director กรรมการบริษัทที่เป็น “นิติบุคคล” ได้) กรรมการบริษัทไทยไม่ว่าจะเป็น “บริษัทเอกชน” หรือ “บริษัทมหาชน” ยึดถือ “คุณสมบัติเฉพาะตัว” ของกรรมการคนนั้น ไม่สามารถมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าประชุมกรรมการแทน ต่างจากผู้ถือหุ้นที่สามารถมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าประชุมผู้ถือหุ้นแทนได้
เมื่อ “คุณสมบัติกรรมการบริษัท” มีความสำคัญเพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัว ตำแหน่งกรรมการบริษัทจึง “ไม่ตกทอดมรดก” เพราะตำแหน่งกรรมการไม่ใช่ทรัพย์สิน ต่างจาก “หุ้นบริษัท” เมื่อผู้ถือหุ้น หรือ เจ้าของหุ้นตาย หุ้นเป็นทรัพย์สินที่ตกทอดมรดกไปยังทายาทได้
กรรมการบริษัทสามารถ “กระจายอำนาจ” ได้ด้วยการ “มอบอำนาจ” ผ่าน “หนังสือมอบอำนาจ” ไม่ว่าจะเป็นการมอบอำนาจทั่วไป หรือ การมอบอำนาจเฉพาะกิจการ การทำหน้าที่กรรมการบริษัทในฐานะผู้แทนบริษัท ทำหน้าที่ใน “ห้องประชุมกรรมการ” และได้รับค่าตอบแทนกรรมการผ่านการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ค่าตอบแทนกรรมการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
กรณีศึกษานี้เป็นข้อพิพาทระหว่าง “แม่ลูก” ที่เป็น “ผู้ถือหุ้น” ในธุรกิจครอบครัวโรงแรมมีชื่อเสียงเก่าแก่ในประเทศไทย หลังจากพ่อจากไป บริษัทถูกฟ้องจากแม่ ซึ่งเป็นทั้ง “ผู้ถือหุ้น” และเป็นอดีต “กรรมการบริหารบริษัท” ในกรณี “ที่ประชุมผู้ถือหุ้น” อนุมัติถอดแม่จากการเป็นกรรมการบริษัทด้วยวาระการประชุมผู้ถือหุ้นใน “วาระอื่น” การถอดถอนกรรมการบริษัทเอกชนตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่ต้องระบุเหตุผลของการถอดถอนกรรมการ แต่น่าติดตามว่าการขออนุมัติในที่ประชุมผู้ถือหุ้นใน “วาระอื่น” กระทำได้ตามกฎหมายบริษัท หรือขัดแย้งต่อเจตนารมย์ของกฎหมายหรือไม่
เบื้องหลังข้อพิพาทรายนี้มาจาก “หนังสือมอบฉันทะ” เข้าประชุมผู้ถือหุ้นของแม่ไม่สมบูรณ์จึงไม่ได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น หลังจากประชุมผู้ถือหุ้นดำเนินการผ่าน “วาระอนุมัติ” และ วาระเพื่อทราบ จนกระทั่งถึง “วาระอื่น” ผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นลูกชาย เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้น “ถอดถอนกรรมการบริษัท” คือ แม่ของตัวเองออกจากการเป็นกรรมการบริษัท โดยใช้ “เสียงข้างมาก” ของที่ประชุมผู้ถือหุ้น หลังจากนั้น บริษัทได้นำมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นถอดถอนกรรมการบริษัทไปจดทะเบียน “เปลี่ยนแปลงกรรมการ” นำ ชื่อแม่ออกจากกรรมการบริษัท

หลังจากนั้นแม่ที่ถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการด้วย “วาระอื่น” จึงนำเรื่องนี้ฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง โดยอ้างว่าใน “วาระอื่น” จะถอดถอนกรรมการบริษัทไม่ได้ ในที่สุดศาลฎีกาตัดสินว่า “การแต่งตั้ง/ถอดถอนกรรมการบริษัท” เป็น “สิทธิเด็ดขาด” ของผู้ถือหุ้น ดังนั้น การประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อถอดถอนกรรมการ “ต้องแจ้งล่วงหน้า” ให้ผู้ถือหุ้นทราบอย่างชัดเจนใน “วาระอนุมัติ” และต้องแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าใน “หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น” เพื่อจะได้เตรียมข้อมูลและคำถามที่ต้องใช้ในการประชุมผู้ถือหุ้น
ศาลให้เหตุผลว่า กรณีที่ผู้ถือหุ้นใช้เสียงข้างมากในที่ประชุมนำเสนอ “วาระอนุมัติถอดถอนกรรมการบริษัท” บรรจุใน “วาระอื่น” จึงเป็นการประชุมผู้ถือหุ้นที่ผิดกฎหมายในวาระการประชุมนั้น และให้นำคำพิพากษาศาลเพิกถอนการจดทะเบียนถอดถอนกรรมการบริษัทที่ได้กระทำไปแล้วกับนายทะเบียนบริษัท กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้แม่กลับมาเป็นกรรมการบริษัทดังเดิม
เมื่อศึกษาจาก “ตัวบทกฎหมายบริษัท” วาระการประชุมผู้ถือหุ้นดูเหมือนเป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ทุกเรื่องดังเช่น “วาระอื่น” ในกรณีศึกษานี้ เมื่อกรรมการบริษัทตระหนักในการบังคับใช้และการตีความกฎหมายแล้ว ย่อมเห็นได้ว่าการแต่งตั้ง/ถอดถอนกรรมการบริษัทเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่ผู้ถือหุ้นต้องทราบก่อนล่วงหน้าเพื่อการตัดสินใจก่อนลงมติที่สำคัญ อันเป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายบริษัทที่มุ่งประสงค์ให้ผู้ถือหุ้นเข้าถึงข้อมูลสำคัญก่อนการประชุม ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นเตรียมตั้งคำถามกรรมการบริษัทในที่ประชุม การนำวาระสำคัญเพื่ออนุมัติ “สอดไส้” ไว้ในวาระอื่นเป็นการปิดโอกาสผู้ถือหุ้นและส่อเจตนาไม่สุจริตต่อสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น
เขียนโดย
ชินภัทร วิสุทธิแพทย์
จัดทำโดย
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย