Topic

New IPOs กับมาตรฐาน ISSB: ใบเบิกทางสู่ความเชื่อมั่นและมูลค่าในตลาดทุนยุคใหม่

โดย ยุวดี เอี่ยมสนธิทรัพย์

กรรมการผู้จัดการ
บริษัท บริง ทู ไลท์ คอนซัลติ้ง จำกัด และสมาชิก SET ESG Experts Pool*

*บทความนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง SET ESG Experts Pool และ SET ESG Academy

ในการนำเสนอประเด็น ESG ที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและการลงทุนของไทย


การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการเติบโตทางธุรกิจ เป้าหมายหลักไม่เพียงแต่การระดมทุน แต่คือการยกระดับองค์กรให้พร้อมแข่งขันในตลาดทุนที่มีมาตรฐานสูงขึ้น ทั้งในมิติของความโปร่งใส การกำกับดูแลกิจการ และความสามารถในการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ในอดีต การประเมินมูลค่าบริษัทที่เข้าตลาดทุนมักพิจารณาจากผลประกอบการทางการเงินเป็นหลัก แต่ในปัจจุบัน บริบทของตลาดทุนได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันและกองทุนระดับโลก เริ่มตั้งคำถามที่ลึกขึ้น ไม่ใช่เพียง “บริษัททำกำไรได้เท่าไร” แต่รวมถึง “บริษัทจะรับมือกับความเสี่ยงในอนาคตได้อย่างไร” และ “โมเดลธุรกิจสามารถสร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืนหรือไม่”


จากกำไรสู่ความยั่งยืนที่วัดผลได้ 

แนวคิดด้านความยั่งยืนไม่ใช่ประเด็นใหม่ในตลาดทุน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความคาดหวังของนักลงทุนต่อ “คุณภาพของข้อมูล” พวกเขาไม่ได้ต้องการเพียงนโยบายกว้าง ๆ หรือกิจกรรม CSR แต่ต้องการข้อมูลที่เชื่อมโยงกับผลกระทบทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรม สามารถเปรียบเทียบได้ (Comparable) และสะท้อนการบริหารความเสี่ยงและโอกาสในอนาคต

ภายใต้บริบทนี้ มาตรฐาน International Sustainability Standards Board (ISSB) จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะกรอบการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนระดับสากล ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงประเด็น ESG เข้ากับการตัดสินใจทางการเงินโดยตรง

 ISSB: ภาษากลางใหม่ของนักลงทุนทั่วโลก 

หัวใจของมาตรฐาน ISSB คือการสร้าง “ภาษากลาง” ให้บริษัทและนักลงทุนใช้สื่อสารกันในเรื่องความยั่งยืน โดยเฉพาะมาตรฐาน IFRS S1 และ IFRS S2 ที่เน้นการเปิดเผยข้อมูลด้านความเสี่ยงและโอกาสที่มีผลต่อมูลค่ากิจการ ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

สำหรับบริษัทที่กำลังเตรียมทำ IPO การนำมาตรฐาน ISSB มาใช้ตั้งแต่ต้นทาง ไม่เพียงช่วยจัดระบบการเปิดเผยข้อมูล แต่ยังส่งสัญญาณสำคัญต่อตลาดว่า องค์กรมีความพร้อมระดับสากล และเข้าใจความคาดหวังของนักลงทุนยุคใหม่ ในมุมของนักลงทุน มาตรฐาน ISSB ช่วยลดช่องว่างด้านข้อมูล ทำให้สามารถเปรียบเทียบบริษัทข้ามอุตสาหกรรมหรือข้ามประเทศได้บนกรอบเดียวกัน ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนและเพิ่มความเชื่อมั่นในการตัดสินใจลงทุน

 

 

ทำไม ISSB จึงเป็น “ใบเบิกทาง” ของ New IPOs

สำหรับบริษัท New IPOs การเข้าถึงแหล่งเงินทุนไม่ใช่เพียงเรื่องของปริมาณเงิน แต่คือ “คุณภาพของเงินทุน” นักลงทุนสถาบันและกองทุน ESG ให้ความสำคัญกับธุรกิจที่มีโครงสร้างการบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจนและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืน

การเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐาน ISSB ช่วยสะท้อนให้เห็นว่า บริษัทเข้าใจและมีวิธีจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่อาจกระทบต่อผลประกอบการในอนาคตอย่างเป็นระบบ สิ่งนี้ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงเม็ดเงินจากนักลงทุนคุณภาพ และลดต้นทุนทางการเงินในระยะยาว นอกจากนี้ นักลงทุนจำนวนไม่น้อยยังพร้อมให้มูลค่าส่วนเพิ่ม (Premium Valuation) แก่บริษัทที่มีระดับความพร้อมด้าน ESG สูง เนื่องจากมองว่าธุรกิจเหล่านี้มีความเสี่ยงต่ำกว่า และมีความสามารถในการสร้างผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ


 ISSB กับการยกระดับประสิทธิภาพการตัดสินใจภายในธุรกิจ 

หนึ่งในความเข้าใจที่มักคลาดเคลื่อน คือการมองว่ามาตรฐาน ISSB เป็นเพียงภาระด้านการรายงาน แต่ในความเป็นจริง ISSB คือเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมของความเสี่ยงและโอกาสที่อาจไม่ปรากฏอยู่ในงบการเงินแบบดั้งเดิม

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือประเด็นด้านห่วงโซ่อุปทาน มาตรฐาน ISSB โดยเฉพาะ IFRS S2 ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการส่งมอบสินค้า การประเมินความเสี่ยงในระดับนี้ช่วยให้ธุรกิจเตรียมรับมือกับความผันผวนจากภัยธรรมชาติ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในทางปฏิบัติ หลายบริษัทพบว่าการจัดเก็บข้อมูลตามกรอบ ISSB ช่วยยกระดับกระบวนการตัดสินใจภายในองค์กร ทำให้การวางกลยุทธ์มีข้อมูลรองรับที่หนักแน่นขึ้น และลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด


 ความพร้อมต่อกฎระเบียบตามมาตรฐาน ISSB: ได้เปรียบก่อนเกมเริ่ม 

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ ISSB มีความสำคัญต่อ New IPOs คือทิศทางของกฎระเบียบตลาดทุนทั่วโลก ที่กำลังเปลี่ยนจากการเปิดเผยข้อมูลโดยสมัครใจ ไปสู่การบังคับใช้อย่างเป็นทางการ หลายประเทศเริ่มอ้างอิงหรือปรับใช้มาตรฐาน ISSB เป็นฐานในการกำหนดข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูล

สำหรับประเทศไทย หน่วยงานกำกับดูแลได้แสดงทิศทางชัดเจนในการยกระดับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล บริษัทที่เตรียมความพร้อมตั้งแต่ช่วงก่อน IPO จึงสามารถลดต้นทุนในการปรับตัวในอนาคต และลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ (Regulatory Risk) เมื่อข้อบังคับมีผลใช้บังคับจริง

 มาตรการผ่อนปรน (Transition Relief): ช่วงเวลาทองแห่งการปรับตัว 

แม้มาตรฐาน ISSB จะมีความเข้มข้น แต่ก็มีความยืดหยุ่นสำหรับบริษัทที่เพิ่งเริ่มต้นเพื่อลดภาระในการเตรียมความพร้อม ทางมาตรฐาน ISSB ได้กำหนดมาตรการผ่อนปรนระยะเวลาในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Reliefs) ในปีแรกของการนำมาตรฐานมาใช้

ตัวอย่างเช่น การอนุญาตให้บริษัทเลือกเปิดเผยข้อมูลเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ (IFRS S2) หรือ Climate-first Approach ก่อนประเด็นความยั่งยืนด้านอื่น ๆ รวมถึงการผ่อนปรนให้ยังไม่ต้องรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 3 (Scope 3 GHG Emissions) หรือสามารถเผยแพร่รายงานความยั่งยืนหลังจากงบการเงินได้ในปีแรก

ทั้งนี้ การนำตัวมาตรฐานมาบังคับใช้จริง ทาง ISSB อนุญาตให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถปรับมาตรการผ่อนปรนให้สอดคล้องกับบริบทและความพร้อม (Capacity Readiness) ของแต่ละประเทศได้ (Jurisdictional Approach) ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ สำนักงาน ก.ล.ต. ของประเทศไทย ที่ได้พิจารณากำหนดระยะเวลาผ่อนปรนให้ยาวนานถึง 5 ปี สำหรับประเด็นที่มีความท้าทายสูง เช่น การประเมินและเปิดเผยข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 3 (Scope 3 GHG Emissions)

สำหรับบริษัท New IPOs ด้วยมาตรการผ่อนปรนที่สอดคล้องกับบริบทประเทศนี้ ถือเป็นจังหวะเวลาสำคัญในการค่อย ๆ วางระบบจัดเก็บข้อมูลและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภายใน โดยไม่สร้างภาระต้นทุนที่หนักจนเกินไปในระยะเริ่มต้น โดยมาตรการนี้จะเริ่มบังคับใช้กับทุกบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึง New IPOs ในปี 2030

 ISSB กับโจทย์การแข่งขันทางการค้าและแรงงาน 

ประเด็นด้านความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในตลาดทุน แต่ยังเชื่อมโยงกับการแข่งขันทางการค้าในเวทีโลก มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น กลไกด้านคาร์บอนของประเทศคู่ค้า กำลังกลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถในการส่งออก การมีข้อมูลที่จัดเก็บตามมาตรฐาน ISSB จะช่วยให้ธุรกิจมีข้อมูลที่พร้อมใช้งาน รองรับการขยายตลาดและลดอุปสรรคทางการค้าในอนาคต ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ

ขณะเดียวกัน ในตลาดแรงงานที่การแข่งขันสูง การดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานสากลยังช่วยเสริมภาพลักษณ์องค์กรในฐานะนายจ้างที่มีความรับผิดชอบ มีเป้าหมายชัดเจน และให้ความสำคัญกับคุณค่าทางสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพ (Talent Retention)


บทสรุป: จาก IPOs สู่การสร้างมูลค่ากิจการที่แข็งแกร่งในระยะยาว

สำหรับบริษัท New IPOs ในยุคปัจจุบัน ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องของภาพลักษณ์ แต่เป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการระดมทุน มูลค่ากิจการ และความอยู่รอดในระยะยาว มาตรฐาน ISSB จึงไม่ใช่เพียงกรอบการรายงานข้อมูล แต่เป็นแต้มต่อทางธุรกิจที่ทำให้สื่อสารกับนักลงทุนได้ชัดเจน และเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดทุนโลก

สำหรับบริษัทที่กำลังก้าวสู่ตลาดทุน การเริ่มต้นวางรากฐานด้าน ISSB ตั้งแต่วันนี้ อาจเป็นความแตกต่างระหว่างการเป็น “หุ้นที่ระดมทุนได้” กับการเป็น “หุ้นที่นักลงทุนอยากถือในระยะยาว”