Topic
CG Today: Global Internal Audit Standards, Domain 1 ฉบับกรรมการตรวจสอบ
![]()
เข้าใจ ทำเป็น เต็มหน้าที่
สมาคมผู้ตรวจสอบภายใน (The Institute of Internal Auditors หรือ IIA) ได้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1941 หรือประมาณ 85 ปีที่แล้ว เพื่อส่งเสริมความรู้และให้แนวทางปฏิบัติแก่ผู้ตรวจสอบภายในทั่วโลกให้สามารถปฏิบัติงานอย่างเป็นมืออาชีพ แนวทางปฏิบัติที่สำคัญคือมาตรฐานการตรวจสอบภายในที่ได้รับการปรับปรุงมาเป็นระยะให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในสภาพการดำเนินงานขององค์กร มาตรฐานล่าสุดที่ได้รับการปรับปรุงเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2024 หรือสองปีที่แล้ว เรียกว่า Global Internal Audit Standards 2024 หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของมาตรฐานเล่มนี้คือโครงสร้างที่บูรณาการและเป็นเอกภาพ โดยได้รวมหลักการพื้นฐาน จรรยาบรรณ ข้อกำหนด และแนวทางการนำไปปฏิบัติไว้ในเอกสารเดียว แตกต่างจากมาตรฐานเดิมที่แยกองค์ประกอบออกเป็นหลายส่วน การปรับโครงสร้างนี้ช่วยให้มาตรฐานมีความชัดเจน ใช้งานง่าย และสอดคล้องกับความต้องการขององค์กรในปัจจุบันมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยยกระดับบทบาทของการตรวจสอบภายในให้เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนความสำเร็จเชิงกลยุทธ์ขององค์กรที่ช่วยให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างยั่งยืนไม่ใช่เพียงหน้าที่ด้านการตรวจสอบเท่านั้น โดยการให้ความเชื่อมั่น (Assurance Services) การให้คำแนะนำ (Advisory Services) รวมทั้งการสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิผลในสภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน
มาตรฐานฉบับนี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้กรรมการตรวจสอบสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบด้านธรรมาภิบาลได้อย่างมีประสิทธิผลและให้มุมมองเชิงลึกแก่คณะกรรมการตรวจสอบ โดยเฉพาะประสิทธิภาพของการกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน และมีการดำเนินงานอย่างโปร่งใส ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความเชื่อมั่นจากผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว นอกจากนี้ ยังเน้นความรับผิดชอบของหัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายใน (Chief Audit Executive หรือ CAE) ในการรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ และทำให้มั่นใจว่าหน่วยงานตรวจสอบภายในปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด
มาตรฐานนี้แบ่งเป็น 5 Domains ดังนั้น บทความนี้จะนำเสนอประเด็นสำคัญของมาตรฐานเป็น 5 ตอน เพื่อให้กรรมการตรวจสอบเข้าใจ ทำเป็น และปฏิบัติงานเต็มหน้าที่ เพื่อให้สังคมเกิดความเชื่อมั่นต่อองค์กรและกรรมการตรวจสอบเองด้วย

ในตอนที่ 1 นี้ ขอกล่าวถึง Domain I: Purpose of Internal Auditing ซึ่งกำหนดพันธกิจหลักและคุณค่าของการตรวจสอบภายใน โดยระบุว่าการตรวจสอบภายในมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนความสำเร็จขององค์กรผ่านการให้ความเชื่อมั่นอย่างเป็นอิสระและการให้ข้อมูลเชิงลึก เพื่อปรับปรุงธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายใน โดยที่ผู้ตรวจสอบภายในต้องปฏิบัติงานอย่างเป็นอิสระและเที่ยงธรรม เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียมั่นใจในความน่าเชื่อถือของข้อมูลและการประเมิน
สำหรับกรรมการตรวจสอบ พันธกิจนี้เป็นกลไกหลักที่ช่วยให้สามารถปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลกิจการ (Oversight) ได้อย่างมั่นใจ โดยอาศัยการตรวจสอบภายในเป็นแหล่งความเชื่อมั่นอิสระในการประเมินว่าฝ่ายบริหารมีระบบบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่เพียงพอหรือไม่ รวมถึงช่วยให้กรรมการตรวจสอบสามารถระบุจุดอ่อนด้านธรรมาภิบาล ความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ และติดตามการปรับปรุงแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างของการปฏิบัติตาม Domain I นี้มีมากมาย ในช่วงเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา มีหลายกรณีระดับโลกที่สะท้อนบทบาทสำคัญของผู้ตรวจสอบภายในในการรายงานการทุจริตต่อคณะกรรมการตรวจสอบ แม้แรงกดดันจากฝ่ายบริหารจะสูงเพียงใดก็ตาม
กรณีแรก เกิดขึ้นในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีการบันทึกบัญชีผิดประเภทอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ตรวจสอบภายในตรวจพบว่าค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลถูกบันทึกเป็นสินทรัพย์เพื่อทำให้กำไรสูงเกินจริง เมื่อสอบถามผู้บริหารกลับได้รับแรงต้านและคำอธิบายที่ไม่สมเหตุสมผล ทีมตรวจสอบภายในจึงตัดสินใจรายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการตรวจสอบสนับสนุนให้ขยายการสอบสวนอย่างเป็นอิสระ จนนำไปสู่การเปิดโปงการตกแต่งงบการเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และผู้บริหารระดับสูงต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าการสนับสนุนจากกรรมการตรวจสอบให้ผู้ตรวจสอบภายในทำงานได้อย่างเป็นอิสระ ทำให้การกำกับดูแลกิจการมีประสิทธิภาพและเป็นกลไกคุ้มครองผู้ถือหุ้นที่แท้จริง

กรณีที่สอง เป็นบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีการตั้งเป้าผลประกอบการเชิงรุกเกินไป ส่งผลให้ผู้บริหารกดดันหน่วยงานต่าง ๆ ให้ปรับตัวเลขทางบัญชีให้บรรลุเป้าหมาย เมื่อการตรวจสอบภายในพบการรายงานผลประกอบการที่บิดเบือนจากที่เป็นจริงและมีจุดอ่อนที่สำคัญของการควบคุมภายในหลายประการ เช่น สภาพแวดล้อมการทำงานที่กดดันอย่างไม่มีเหตุผลอันสมควร การไม่ยอมรับฟังการสื่อสารจากพนักงาน และการไม่ให้ความสำคัญกับงานตรวจสอบภายใน จึงได้รายงานไปยังคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งสนับสนุนให้มีการหาข้อเท็จจริง และนำไปสู่การปฏิรูปโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ เพิ่มบทบาทและความเป็นอิสระของผู้ตรวจสอบภายใน และเสริมความเข้มแข็งของคณะกรรมการตรวจสอบ
ตัวอย่างเหล่านี้ชี้ให้เห็นบทเรียนสำคัญว่าผู้ตรวจสอบภายในสามารถเป็นแนวป้องกันสุดท้าย (3rd Line of Defense) ในการเปิดเผยการทุจริตหรือความเสี่ยงร้ายแรงได้ แต่ประสิทธิผลที่แท้จริงขึ้นอยู่กับความกล้าหาญในการรายงานและความเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร และที่สำคัญที่สุดคือ ความจริงจังและสนับสนุนของคณะกรรมการตรวจสอบในการรับฟัง ซักถาม และดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกับผู้ตรวจสอบภายใน หากกรรมการตรวจสอบมีกลไกการกำกับดูแลกิจการอย่างเต็มความสามารถ ความเสียหายต่อองค์กรจะถูกจำกัดได้ตั้งแต่ระยะแรกก่อนลุกลามเป็นวิกฤตต่อไป
เขียนโดย
วารุณี ปรีดานนท์
จัดทำโดย
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย