Topic

CG Today: กรรมการบริษัทหนีคดี...ไม่มีผู้แทนนิติบุคคล

บริษัทเป็นนิติบุคคลที่กฎหมายสมมติขึ้นมาให้มีตัวตนทางกฎหมาย สามารถทำนิติกรรมสัญญาผูกพันได้ตามกฎหมาย แต่บริษัทไม่มีตัวตนจริงจึงต้องมี “ผู้แทนนิติบุคคล” โดยคณะกรรมการบริษัทต้องมีมติแต่งตั้งกรรมการผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรองบริษัทเป็นผู้แทนนิติบุคคลที่กระทำการแทนบริษัท ทำให้บริษัทย่อมผูกพันในผลของนิติกรรมสัญญาที่กรรมการผู้มีอำนาจได้กระทำลงไป เว้นแต่กรรมการกระทำการนอกขอบเขตอำนาจของผู้แทนนิติกรรมสัญญานั้นจึงไม่ผูกพันบริษัทและกรรมการต้องรับผิดส่วนตัว

ดังนั้น หากกรรมการผู้มีอำนาจดังกล่าว “ป่วย” “ตาย” หรือ “ลาออก” จากบริษัท หรือบางกรณีกระทำผิดกฎหมายแล้วหนีคดี ทำให้บริษัทไม่มีกรรมการกระทำนิติกรรมสัญญาแทนบริษัท กิจการของบริษัทอยู่ใน “ภาวะสุญญากาศ” ธุรกิจหยุดชะงัก


กฎหมายบริษัททั้ง “บริษัทเอกชน” และ “บริษัทมหาชน” เปิดช่องทางไว้ กรณีไม่มีกรรมการผู้มีอำนาจทำหน้าที่เป็นผู้แทนบริษัท กฎหมายบริษัทผ่อนคลายให้กรรมการที่เหลืออยู่สามารถแต่งตั้ง “กรรมการทดแทน” เพื่อทำหน้าที่กรรมการได้โดยกรรมการที่แต่งตั้งทดแทนนี้จะมีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ตนมาแทน ทั้งนี้วาระที่เหลืออยู่ต้องไม่น้อยกว่า 2 เดือน เมื่อได้กรรมการทดแทนแล้ว คณะกรรมการจะต้องประชุมเพื่อแต่งตั้งกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนกรรมการเดิมที่ขาดหายไป การผ่อนคลายนี้เป็นการยกเว้นหลักการสำคัญที่ผู้ถือหุ้นเท่านั้นมีอำนาจแต่งตั้งกรรมการบริษัทเพื่อให้กิจการดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก

กรณีศึกษา กรรมการชาวต่างชาติเป็นกรรมการผู้มีอำนาจในบริษัทไทย ทำผิดกฎหมายต่างประเทศ “หนีคดีอาญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน” ออกจากประเทศไทย ผ่านไปหลายเดือนบริษัทไม่สามารถดำเนินกิจการของบริษัทได้ตามปกติ การทำนิติกรรมสัญญา การอนุมัติลงนามสั่งจ่ายชำระหนี้หยุดชะงักหลายเดือนเพราะว่าไม่มีกรรมการบริษัทผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล ผู้ถือหุ้นร้องขอศาลให้แต่งตั้ง “ผู้แทนนิติบุคคลชั่วคราว” เพื่อป้องกันความเสียหายจากการถูกฟ้องร้อง เบื้องหลังในกรณีนี้คือ กรรมการที่เหลืออยู่ไม่แต่งตั้งกรรมการผู้มีอำนาจทำหน้าที่เป็นผู้แทนบริษัท และผู้ถือหุ้นไม่แต่งตั้ง “กรรมการทดแทน” และไม่ต้องการรับตำแหน่งกรรมการเอง  เพราะไม่ต้องการรับแรงกระแทกจากเจ้าหนี้บริษัท รวมถึงไม่ต้องการพัวพันกับ “กรรมการหนีคดี” ที่เป็นชาวต่างชาติ

จากกรณีศึกษานี้ “กรรมการชาวต่างชาติหนีคดี” ศาลไม่อนุญาตให้แต่งตั้งผู้แทนนิติบุคคลชั่วคราว เหตุผลหลัก คือ ศาลพิจารณาว่าไม่มีเหตุอันควรเชื่อว่าน่าจะเกิดความเสียหายขึ้นได้กับบริษัท ที่สำคัญมากกว่านั้น ศาลมองว่าบริษัทยังมีกรรมการบริษัทที่เหลืออยู่ และเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับบริษัทเพราะเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทด้วย บริษัทจึงยังมีช่องทางกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องใช้คำสั่งศาลให้พร่ำเพรื่อเกินความจำเป็นของกฎหมาย


นอกจากกรณี “กรรมการผู้มีอำนาจหนีคดี” ทำให้ไม่มีผู้แทนนิติบุคคลทำหน้าที่แทนบริษัทได้ ยังมีกรณีกรรมการ “ติดคุก” ที่ตามกฎหมายบริษัทแล้ว กรรมการที่เคยได้รับโทษจำคุกย่อมขาดคุณสมบัติที่จะเป็นกรรมการบริษัทอีกต่อไป รวมถึงกรรมการตกเป็น “บุคคลล้มละลาย” ตามคำสั่งศาล ไม่สามารถดำรงคุณสมบัติพื้นฐานของกรรมการตามกฎหมายบริษัท ยังไม่นับถึง “กฎหมายเฉพาะ” ที่กำหนดคุณสมบัติกรรมการบริษัทเพิ่มเติมขึ้นมาเหนือคุณสมบัติพื้นฐานในกิจการพิเศษที่รัฐต้องการควบคุมหรือให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เช่น กิจการธนาคาร กิจการหลักทรัพย์ กิจการรัฐวิสาหกิจ

ประเด็นกรรมการบริษัทที่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำหน้าที่ไม่ได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด “ตาย” “ลาออก” “หนีคดี” “ติดคุก” “บุคคลล้มละลาย” กฎหมายบริษัทมีแนวทางให้แก่บริษัทและผู้ถือหุ้นอยู่แล้วในการแก้ไขเยียวยาตามช่องทางของกฎหมาย ไม่ได้เป็นอุปสรรคที่บริษัทจะดำเนินการไม่ได้ อาจจะมีเพียงความยุ่งยากและใช้เวลาในการบริหารสถานการณ์เหล่านั้น แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคที่จะทำให้กิจการของบริษัทต้องเสียหายหรือล่มสลายไปจากการขาดกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล

 

 

 


 

เขียนโดย
ชินภัทร วิสุทธิแพทย์

จัดทำโดย
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย