Topic

Thailand ISSB Standards Information Hub: 4 Key Principles - Connectivity (ความเชื่อมโยงกัน)

หลักการสำคัญที่ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานของ ISSB

ก่อนเริ่มเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานของ ISSB บริษัทควรทำความเข้าใจหลักการสำคัญ 4 เรื่อง เพื่อให้การจัดทำข้อมูลมีความชัดเจน เชื่อมโยง และตอบโจทย์ผู้ใช้ข้อมูล โดยหลักการทั้ง 4 ประการที่นำเสนอนี้มีบทบาทต่างกันในการเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานของ ISSB โดย Materiality ช่วยให้บริษัทเลือกข้อมูลที่มีสาระสำคัญ Connectivity ช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลความยั่งยืนกับธุรกิจและข้อมูลทางการเงิน Proportionality ช่วยให้บริษัทพิจารณานำข้อกำหนดไปใช้ตามความพร้อมอย่างเหมาะสม และ Interoperability ช่วยให้บริษัทเข้าใจในการต่อยอดจากกรอบรายงานที่ใช้อยู่เดิมหรือข้อมูลที่มีอยู่เดิมได้โดยลดความซ้ำซ้อน

>> Materiality - ความมีสาระสำคัญ <<

เปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนที่มีสาระสำคัญต่อการตัดสินของผู้ลงทุนและผู้ให้เงินทุนซึ่งถือว่าเป็นผู้ใช้ข้อมูลหลัก (Primary Users) ตามมาตรฐานของ ISSB
.
.

>> Connectivity - ความเชื่อมโยงกัน <<

เชื่อมโยงข้อมูลด้านความยั่งยืนกับกลยุทธ์ ความเสี่ยง และข้อมูลทางการเงินของกิจการ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ข้อมูลสามารถมองเห็นภาพและประเมินผลกระทบทางการเงินที่เกิดจากความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ได้อย่างชัดเจนและครบถ้วน

 

>> Proportionality - ความเป็นสัดเป็นส่วน <<

พิจารณาเปิดเผยข้อมูลที่มีรายละเอียด วิธีการที่เหมาะสมกับทักษะ ขีดความสามารถ และทรัพยากรที่มีอยู่ เนื่องจากมาตรฐานของ ISSB ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นตามบริบทและความพร้อมของบริษัททุกขนาด โดยไม่สร้างภาระหรือต้นทุนที่เกินควร

>> Interoperability - ความสามารถในการใช้ร่วมกันกับมาตรฐานอื่นได้ <<

เชื่อมโยงและต่อยอดการเปิดเผยข้อมูลจากกรอบงานและมาตรฐานสากลอื่นที่บริษัทใช้อยู่แล้ว โดยมาตรฐานของ ISSB ทำหน้าที่เป็น Global Baseline ที่สามารถทำงานร่วมกับเกณฑ์ของแต่ละประเทศ หรือใช้ร่วมกับกรอบมาตรฐานอื่นได้ เช่น GRI Standards หรือมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลตามกฎของ EU เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการเปิดเผยข้อมูล

 

Connectivity: ความเชื่อมโยงกัน

มาตรฐานการรายงานของ ISSB ให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่เชื่อมโยงกับข้อมูลทางการเงิน กลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการตัดสินใจของบริษัท เพื่อให้ผู้ลงทุน และผู้ให้เงินทุนกลุ่มอื่นเข้าใจได้ว่า ความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนอาจส่งผลต่อแนวโน้มของกิจการอย่างไร

Connectivity จึงไม่ได้หมายถึงการนำข้อมูล ESG มาใส่เพิ่มในรายงานเท่านั้น แต่หมายถึงการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลแต่ละส่วน เพื่อให้ผู้ลงทุน ผู้ให้เงินทุน และผู้ใช้ข้อมูลอื่นเห็นภาพรวมว่า ความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนเชื่อมโยงกับธุรกิจ กลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง ตัวชี้วัด เป้าหมาย และข้อมูลทางการเงินอย่างไร

Connectivity คืออะไร?

Connectivity คือ การเปิดเผยข้อมูลในลักษณะที่ช่วยให้ผู้ใช้รายงานเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลด้านความยั่งยืนกับข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับกิจการ โดยเฉพาะข้อมูลทางการเงิน บริษัทควรทำให้ผู้ใช้รายงานเห็นความเชื่อมโยง 3 มุมด้วยกัน

1. ความเชื่อมโยงระหว่างความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืน

บริษัทควรอธิบายว่าความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนแต่ละเรื่องเกี่ยวข้องกันอย่างไร และอาจส่งผลต่อโมเดลธุรกิจ กลยุทธ์ หรือความสามารถในการสร้างมูลค่าของกิจการอย่างไร ความเสี่ยงบางเรื่องอาจสร้างต้นทุนหรือข้อจำกัดให้ธุรกิจ ขณะเดียวกันก็อาจนำไปสู่โอกาสในการปรับกลยุทธ์ พัฒนาสินค้าใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน หรือเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ดีขึ้น

ตัวอย่าง บริษัทที่ใช้พลังงานสูงอาจเผชิญ ความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานที่ผันผวน และ ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบจากมาตรการคาร์บอน เช่น ภาษีคาร์บอน มาตรการกีดกันทางการค้า หรือข้อกำหนดจากลูกค้าต่างประเทศ ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับ โอกาสในการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน หรือการพัฒนาสินค้าและบริการคาร์บอนต่ำ ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนในระยะยาว รักษาฐานลูกค้า และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

อีกตัวอย่างหนึ่ง ได้แก่บริษัทที่ต้องใช้แรงงานทักษะสูงอาจเผชิญ ความเสี่ยงจากการขาดแคลนบุคลากร การลาออกสูง หรือทักษะไม่สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งอาจกระทบ productivity คุณภาพสินค้า การให้บริการ และความสามารถในการดำเนินกลยุทธ์ ในขณะเดียวกัน การลงทุนใน training, reskilling, wellbeing และ employee engagement อาจเป็นโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลด turnover และเสริมความสามารถในการแข่งขันได้ เป็นต้น

2. ความเชื่อมโยงภายในองค์ประกอบข้อมูลที่เปิดเผยตามมาตรฐานของ ISSB

บริษัทควรเชื่อมโยงข้อมูลภายใต้ 4 องค์ประกอบหลักตามมาตรฐานของ ISSB ได้แก่ Governance, Strategy, Risk Management และ Metrics & Targets เพื่อแสดงให้ผู้ใช้ข้อมูลเห็นว่า บริษัทกำกับดูแล วางกลยุทธ์ บริหารความเสี่ยง และติดตามผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างไร

ตัวอย่าง หากบริษัทเปิดเผยว่ามีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบจากมาตรการคาร์บอน ข้อมูลควรเชื่อมต่อกันตั้งแต่บทบาทของคณะกรรมการ แผนกลยุทธ์ กระบวนการบริหารความเสี่ยง ตัวชี้วัด และเป้าหมายที่ใช้ติดตามผล

3. ความเชื่อมโยงกับข้อมูลความยั่งยืนกับข้อมูลทางการเงิน/ข้อมูลรายงานอื่นของบริษัท

บริษัทควรเชื่อมโยงข้อมูลด้านความยั่งยืนกับงบการเงิน MD&A แผนธุรกิจ แผนลงทุน และสมมติฐานสำคัญที่ใช้ในการจัดทำรายงาน เพื่อให้ผู้ใช้รายงานเข้าใจผลกระทบทางการเงินที่เกิดขึ้นแล้วหรืออาจเกิดขึ้นในอนาคต

ตัวอย่าง แผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป้าหมาย Net Zero หรือ Transition Plan ควรเชื่อมโยงกับรายการหรือสมมติฐานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง เช่น CAPEX, OPEX, ประมาณการต้นทุน รายได้ในอนาคต มูลค่าของสินทรัพย์ การด้อยค่าของสินทรัพย์ อายุการใช้งานของสินทรัพย์ ค่าเสื่อมราคา ภาระผูกพัน หรือสมมติฐานที่ใช้ในแผนการเงิน

หากยกตัวอย่างเป็นรูปธรรม เช่น โดยปกติบริษัทอาจกำหนดอายุการใช้งานของเครื่องจักรไว้ 10 ปีเพื่อคำนวณค่าเสื่อมราคา แต่หากเป้าหมาย Net Zero หรือแผนการเปลี่ยนผ่านของบริษัททำให้มีแผนเลิกใช้ เปลี่ยน หรือปรับปรุงเครื่องจักรดังกล่าวก่อนครบอายุการใช้งานเดิม บริษัทควรพิจารณาว่าเรื่องนี้มีผลต่อสมมติฐานทางบัญชีหรือการประมาณการทางการเงินหรือไม่ เช่น Useful Life, Depreciation, Residual Value, Impairment หรือ CAPEX ในอนาคต และควรเปิดเผยความเชื่อมโยงดังกล่าวหากมีสาระสำคัญต่อการตัดสินใจของผู้ใช้รายงาน

ตัวอย่างเพิ่มเติมถูกแสดงไว้ในตารางด้านล่าง

ทำไม Connectivity จึงสำคัญ?
ช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าใจผลกระทบต่อธุรกิจชัดขึ้น
ข้อมูลด้านความยั่งยืนจะมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อผู้ใช้รายงานเห็นว่า ความเสี่ยงและโอกาสเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับรายได้ ต้นทุน กระแสเงินสด สินทรัพย์ หนี้สิน การลงทุน หรือแหล่งเงินทุนของบริษัทอย่างไร
 
ช่วยให้บริษัทลดการรายงานแบบแยกส่วน
Connectivity ช่วยให้บริษัทไม่ต้องรายงาน ESG แบบกระจัดกระจาย แต่สามารถจัดข้อมูลให้เชื่อมโยงกับระบบบริหารจัดการจริง เช่น กลยุทธ์องค์กร ERM แผนลงทุน และการติดตาม performance
 
ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูล
เมื่อข้อมูลด้านความยั่งยืนสอดคล้องกับข้อมูลทางการเงิน สมมติฐาน และแผนงานของบริษัท ผู้ใช้รายงานจะสามารถประเมินความสมเหตุสมผลของข้อมูลและความพร้อมของบริษัทได้ดีขึ้น

 
แม้หลายบริษัทจะมีการเปิดเผยข้อมูล ESG แล้ว แต่ภายใต้มาตรฐานการรายงานของ ISSB ตัวอย่างสำคัญของ Connectivity คือ การอธิบายผลกระทบทางการเงินของความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืน ทั้งที่เกิดขึ้นแล้วและที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
 

ข้อมูลผลกระทบทางการเงินในปัจจุบัน (Current Financial Effects)

ข้อมูลที่อธิบายว่าความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนส่งผลต่อฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสดของบริษัทในรอบรายงานอย่างไร

ตัวอย่าง

  • ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานหรือมาตรการด้านคาร์บอน
  • เงินลงทุนในเครื่องจักรประหยัดพลังงานหรือระบบพลังงานหมุนเวียน
  • การด้อยค่าหรือการปรับมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม
 

ข้อมูลผลกระทบทางการเงินที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต (Anticipated Financial Effects)

ข้อมูลที่อธิบายว่าความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนอาจส่งผลต่อฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสดของบริษัทในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวอย่างไร โดยพิจารณาว่าบริษัทได้นำเรื่องดังกล่าวไปใช้ในแผนการเงินและแผนกลยุทธ์หรือไม่

ตัวอย่าง

  • แผนลงทุนเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • ความเสี่ยงจากมาตรการคาร์บอนในตลาดส่งออก เช่น CBAM
  • โอกาสจากสินค้า บริการ หรือโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ตัวอย่าง: การเชื่อมโยงข้อมูลความยั่งยืนกับข้อมูลทางการเงิน

ข้อมูลในงบการเงิน
(ที่เกิดขึ้น หรืออาจเกิดขึ้น)

ข้อมูลความยั่งยืนที่ควรเชื่อมโยง

ตัวอย่างการเชื่อมโยง

เงินลงทุนในสินทรัพย์หรือเครื่องจักร

แผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ Transition Plan

อธิบายว่าเงินลงทุนสนับสนุนการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานหรือการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำอย่างไร

ประมาณการหนี้สินหรือภาระผูกพัน

ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ สิ่งแวดล้อม หรือการฟื้นฟูพื้นที่

อธิบายความเชื่อมโยงระหว่างภาระผูกพันที่รับรู้หรือเปิดเผยในงบการเงินกับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม

การด้อยค่าของสินทรัพย์

ความเสี่ยงทางกายภาพหรือความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน

อธิบายว่าสมมติฐานเกี่ยวกับ Climate Risk หรือ Transition Risk ถูกพิจารณาในการประเมินมูลค่าสินทรัพย์หรือไม่

รายได้และต้นทุน

โอกาสจากสินค้าและบริการคาร์บอนต่ำ หรือความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง

อธิบายว่ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนส่งผลต่อแหล่งรายได้ ต้นทุน หรือความสามารถในการแข่งขันอย่างไร

 


บทความที่เกี่ยวข้อง:


>> กลับสู่หน้าหลัก Thailand ISSB Standards Information Hub

* หมายเหตุ: ภาพประกอบในหน้านี้สร้างโดย AI

© 2026 SET ESG Academy. สงวนลิขสิทธิ์