Topic
AI Game Changer พลิกธุรกิจจดทะเบียนสู่ความยั่งยืน
![]()
Highlights
- เทคโนโลยี AI ได้เปลี่ยนสถานะจากทางเลือกมาเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ตัดสินความอยู่รอดของธุรกิจ ปัจจุบันมีบริษัทชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ฯ นำ AI ไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน และสามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งด้านประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับความพึงพอใจลูกค้า บริหารความเสี่ยง และติดตามผลการดำเนินงานด้าน ESG
- หลักการ "Start Small, Scale Fast" คือยุทธศาสตร์สู่ความสำเร็จของการประยุกต์ใช้ AI โดยเริ่มจากจุดที่เห็นผลไว (Quick Wins) ควบคู่กับการ Upskilling พนักงานและการทำงานร่วมกับพันธมิตร
ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ไม่มีคลื่นความเปลี่ยนแปลงใดจะทรงพลังและรวดเร็วเท่ากับการมาถึงของ AI ซึ่งได้แปรสภาพจาก "เทคโนโลยีทางเลือก" กลายเป็น "กลไกทางรอด" ที่บริษัทจดทะเบียนไทยไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป
กว่า 30 บริษัทจดทะเบียนที่ได้รับรางวัล Sustainability Awards เป็นตัวอย่างขององค์กรที่นำ AI มาประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทที่ได้รับรางวัลทั้งหมดมีการใช้ AI ในระดับการใช้งานทั่วไป และกว่า 30% ใช้ AI เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ขณะเดียวกัน 50% ของบริษัทเหล่านี้ยังได้กำหนด KPI หรือจัดโครงการเรียนรู้ด้าน AI เพื่อพัฒนาทักษะบุคลากรอย่างเป็นระบบ
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ AI ในบริษัทจดทะเบียนและที่น่าสนใจ
1. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Operational Excellence)
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) (STA): ใช้เทคโนโลยี AI DRYER ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ควบคุมการอบยางของโรงงานยางแท่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน รวมถึงมีการนำเอาระบบ AI Vision Camera Detection ที่สามารถตรวจสอบคุณภาพในการผลิตยางแท่งได้อย่างแม่นยำมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมทั้งมีการนำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินผลผลิตยางพาราในแต่ละพื้นที่ ใช้ในการบริหารสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด รวมถึงยังมีการใช้ระบบ AI ในการควบคุมการใช้พลังงานภายในโรงงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (BKIH): ใช้เทคโนโลยี AI OCR (Artificial Intelligence Optical Character Recognition) แปลงเอกสารกระดาษให้เป็นข้อมูลดิจิทัลโดยอัตโนมัติ เช่น ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ และใบลดหนี้ ช่วยลดข้อผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง และเมื่อทำงานร่วมกับระบบ RPA จะช่วยเพิ่มความเร็วในการบริการได้เป็นอย่างมาก โดยคาดว่าจะช่วยจัดการเอกสารได้ถึง 327,119 แผ่นต่อปี และลดชั่วโมงการทำงานได้ 16,356 ชั่วโมงต่อปี นอกจากนี้ได้นำเอา AI มาใช้ในกระบวนการอนุมัติการซ่อมรถยนต์เพื่อให้การพิจารณามีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ส่งผลให้ศูนย์ซ่อมสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที ลดระยะเวลาการรอคอยของลูกค้า และส่งเสริมความโปร่งใสในการให้บริการ

2. ยกระดับความพึงพอใจลูกค้า (Customer Experience & Personalization)
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (BDMS): พัฒนานวัตกรรมระบบปัญญาประดิษฐ์ช่วยวินิจฉัยโรคทรวงอก ทางโรงพยาบาลได้จับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทสตาร์ทอัพ “Perceptra” และสถาบันการแพทย์ชั้นนำ ในการสร้างระบบ AI ที่ช่วยให้แพทย์สามารถอ่านผลการเอ็กซ์เรย์ช่องทรวงอกได้แม่นยำยิ่งขึ้น ผลลัพธ์คือระบบสามารถตรวจพบรอยโรคในปอดได้ถึง 8 ชนิด โดยมีความแม่นยำสูงถึง 96% และช่วยลดระยะเวลาในการวินิจฉัยของรังสีแพทย์จากเดิม 15 นาทีต่อภาพ เหลือเพียง 1 นาทีต่อภาพ ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้เร็วยิ่งขึ้น
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (ADVANC): นำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลและให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ณ จุดบริการลูกค้า เพื่อให้การช่วยเหลือลูกค้าเป็นไปอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ตอบโจทย์ด้านงานบริการที่มีจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน ควบคู่กับการเพิ่มความเสถียรของบริการผ่านโครงข่ายอัจฉริยะเพื่อเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า โดยใช้ AI ในการวิเคราะห์และปรับแต่งระบบโครงข่ายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ความปลอดภัย และลดข้อผิดพลาดของระบบเครือข่ายลงให้น้อยที่สุด

3. บริหารความเสี่ยง (Risk Management)
บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) (TEAMG): บริษัทได้ประยุกต์ใช้ AI ร่วมกับเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น Digital Twin, BIM และ Data Analytics ในการออกแบบและบริหารโครงการจำนวนมากของลูกค้า รวมถึงใช้บริหารความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่อาจส่งผลต่อธุรกิจได้โดยตรง เช่น อุทกภัย ดินถล่ม และแผ่นดินไหว เป็นต้น ซึ่งสามารถใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อประเมินและลดความเสี่ยงเชิงพื้นที่อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เช่น การประเมินความแข็งแรงของอาคาร การพยากรณ์น้ำท่วม เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังใช้ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) จัดการเอกสารที่ผสาน AI ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลอัตโนมัติว่ามีความผิดพลาดในจุดใดบ้าง ช่วยลดข้อผิดพลาดในกระบวนการทำงาน ลดต้นทุน และลดการใช้ทรัพยากร รวมถึงมีการวิเคราะห์ความเสี่ยงเกิดใหม่ (Emerging Risks) ในทุกมิติ รวมถึงด้านเทคโนโลยี เพื่อเตรียมความพร้อมรับมืออย่างรอบด้านและจัดทำแผนตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC): นำเอา AI มาใช้บริหารความเสี่ยงด้านระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Predictive Maintenance) โดยใช้ระบบ Machine Learning มาบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์สำหรับระบบไฟฟ้าในอาคารกลุ่มห้างค้าปลีก ช่วยลดความเสี่ยงของการหยุดชะงักของระบบไฟฟ้า เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงาน และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคาร พร้อมทั้งมีการนำร่องใช้ AI Camera กล้องตรวจจับพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยภายในพื้นที่โครงการ ช่วยเฝ้าระวังและแจ้งเตือนทีมรักษาความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถป้องกันและลดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. ติดตามผลการดำเนินงานด้าน ESG (Sustainability)
บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (WHAUP): ประยุกต์ใช้ AI กับโครงการ Solar Anomalies Detection ในการตรวจจับและวิเคราะห์ความผิดปกติของระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยลดการสูญเสียพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 162 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมทั้งมีการนำ AI มาใช้ในโครงการ Reclamation Water Project ช่วยให้บริษัทสามารถติดตามและบรรลุเป้าหมายการผลิตน้ำคุณภาพสูงเพื่อลดการใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติได้ถึง 7.6 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับชุมชนรอบข้าง
บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) (AMATAV): บริษัทได้นำ AI ผสมผสานกับเทคโนโลยี BIM (Building Information Modeling) เพื่อวางแผนและวิเคราะห์การใช้วัสดุอย่างแม่นยำ ช่วยลดปริมาณวัสดุที่สูญเปล่าและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากวัสดุก่อสร้างได้กว่า 90.22 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ขณะเดียวกันยังประยุกต์ใช้ AI เพื่อติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Tracking) และรายงานผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 และ 2) อย่างเป็นระบบ โดยในปี 2567 สามารถลดได้ถึง 9.58% เมื่อเทียบกับปีฐาน
บทสรุปและข้อเสนอแนะยุทธศาสตร์สู่ความสำเร็จสำหรับผู้บริหารและนักลงทุน
- Start Small, Scale Fast: เริ่มต้นจากโครงการเล็ก ๆ ที่เห็นผลชัด (Quick Wins) เพื่อแก้ Pain Point แล้วจึงขยายผล ไม่ติดกับดักการทดลองที่ไม่มีวันจบ
- Upskilling / Reskilling: AI ไม่ได้มาแทนที่คน แต่มาช่วยให้คนทำงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น
- Ecosystem Collaboration: การทำงานร่วมกับ Partner และ Startup คือทางลัด เพื่อจะเข้าถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ ผ่านความร่วมมือ แทนที่จะต้องพัฒนาเองทั้งหมด
จากรายงาน 2026 CIO Playbook commissioned by Lenovo ระบุว่าบริษัทในภูมิภาคอาเซียนและในไทยกำลังเร่งการใช้งาน AI อย่างเต็มกำลังเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้นการที่บริษัทจดทะเบียนสามารถบูรณาการ AI เข้ากับกลยุทธ์ ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า ไปจนถึงการขับเคลื่อนความยั่งยืน จะไม่เพียงแต่มีผลประกอบการที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังจะได้รับการประเมินมูลค่า (Valuation Premium) ที่สูงขึ้นจากตลาดอีกด้วย สำหรับนักลงทุน AI เป็นปัจจัยที่สามารถนำไปพิจารณาเพิ่มเติมว่าแต่ละบริษัทนำ AI มาช่วยเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันได้อย่างไรบ้าง เพื่อหาโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
ท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ESG ได้ที่: SET ESG Academy (Website) (Line) (Showcases: Sustainability Awards 2025) (Showcases: SET ESG Ratings 2025)
หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาในเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
บทความเพิ่มเติม
|
📍ทุกเส้นทางมุ่งหน้าสู่ Net Zero: ธุรกิจไทยจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร? 📍ESG ซ่อนอยู่ตรงไหนในงบการเงิน 📍คัดหุ้นนอกยังไง เมื่อสถานการณ์โลกสุดปั่นป่วน |
|
📍AI ช่วยยกระดับการจัดการข้อมูลด้านความยั่งยืน: เตรียมความพร้อมองค์กรสู่ Net Zero ด้วย ESG Management Platform 📍การเปิดเผยข้อมูลและการทำรายงานด้านความยั่งยืนที่ ‘น่าเชื่อถือ’ กับความเชื่อมั่นในภาคตลาดทุนไทย 📍คาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (CFO): จุดเริ่มต้นธุรกิจไทย เตรียมรับมือ EU CBAM และ CSRD |
|
📍Scope 3 Emissions คืออะไร? แนวทางจัดการสำหรับธุรกิจไทยเพื่อความได้เปรียบทางการแข่งขัน 📍การดูแลพนักงานไม่ใช่แค่ “ค่าใช้จ่าย” แต่คือการลงทุนใน “สินทรัพย์ที่มีคุณภาพ” 📍(ร่าง) พ.ร.บ. Climate Change, Carbon Tax และ TH-ETS กำลังจะมา: พลิกกฎเกมธุรกิจไทยสู่ความได้เปรียบในเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ |
|
📍Climate Risk และ Scenario Analysis: แนวทางบริหารความเสี่ยงธุรกิจไทย 📍พลิกเกมลงทุน ส่องโอกาสทำกำไรจาก 8 อุตสาหกรรมในเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ |
|
📍EUDR: ทางรอดเกษตรกรไทยและห่วงโซ่อุปทาน ยางพารา ปาล์ม กาแฟ 📍Super-aged Society ผลกระทบ โอกาส และแนวทางปรับตัวของธุรกิจไทย 📍ก้าวข้ามความท้าทายของ Thailand Taxonomy เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่ความยั่งยืน |
|
📍พลิกความเสี่ยง คว้าโอกาสลงทุนด้วยเข็มทิศ ESG 📍ธุรกิจ Start-up ที่มีโครงสร้าง Corporate Governance ที่แข็งแรง จะเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน 📍Food Waste: จากต้นทุนที่มองไม่เห็น สู่โอกาสทางธุรกิจในเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับ MSMEs |
|
📍องค์กรจะรอดหรือไม่...วัดกันที่บอร์ดบริหารเข้าใจและกำกับดูแล ESG จริงจังแค่ไหน 📍พลิกหนี้เป็นกำไรด้วย ESG...กลยุทธ์ลงทุน (CapEx) เพื่อหั่นต้นทุน (OpEx) และเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ 📍เมื่อสิ่งที่ "ควรรับมือได้" กลับสร้าง "ความเสียหายฉับพลัน": พลิกวิกฤตความเสี่ยงทางกายภาพ สู่ความยั่งยืนของธุรกิจ |
|
📍Financial Materiality of Human Capital: เมื่อ Gen Z กลายเป็นตัวแปรทางเศรษฐศาสตร์ที่ตลาดทุนทั่วโลกกำลังจับตามอง 📍เป้าการลดก๊าซเรือนกระจกของไทย และการปรับตัวของภาคธุรกิจ สู่ Net Zero 2050 📍11 ปี SET ESG Ratings เส้นทางการขับเคลื่อนบริษัทจดทะเบียนไทยสู่ความยั่งยืน |
|
📍The Inequality Valuation: เมื่อประเด็นความเหลื่อมล้ำกลายเป็น "ต้นทุนทางการเงิน" 📍Beyond Cost Efficiency: การเพิ่มมูลค่ากิจการผ่านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน 📍ไขคำศัพท์เทคนิคของ FTSE Russell ESG Scores สำคัญแค่ไหนกับธุรกิจ (ตอนที่ 1) |
|
📍ตลาดหลักทรัพย์ฯ กับเส้นทางสู่ Net Zero 📍ไขคำศัพท์เทคนิคของ FTSE Russell ESG Scores สำคัญแค่ไหนกับธุรกิจ (ตอนที่ 2) ![]()
|

