Topic
11 ปี SET ESG Ratings เส้นทางการขับเคลื่อนบริษัทจดทะเบียนไทยสู่ความยั่งยืน
![]()
Highlights:
- “หุ้นยั่งยืน” ไม่ใช่แค่รายชื่อของบริษัท แต่เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน และเป็นหนึ่งในข้อมูลที่ถูกนำไปใช้ในการลงทุนอย่างกว้างขวาง
- บริษัทจดทะเบียนไทยให้ความสำคัญกับ ESG มากขึ้น สะท้อนจากจำนวนหุ้นยั่งยืนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี และคะแนน ESG เฉลี่ยที่สูงขึ้นในทุกมิติ
หลายคนอาจทราบมาบ้างว่า เดือนธันวาคม ปี 2568 นี้ SET ESG Ratings ประกาศผลเป็นปีสุดท้าย ก่อนที่จะยกระดับการประเมินด้านความยั่งยืนไปสู่ FTSE Russell ESG Scores โดยบทความนี้จะขอสรุปเรื่องราวที่น่าสนใจตลอด 11 ปีที่ผ่านมาของ SET ESG Ratings ซึ่งเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน และเป็นหนึ่งในข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนที่ได้รับการยอมรับในตลาดทุนไทย
ก่อนจะมาเป็น SET ESG Ratings ที่รู้จักกันในวันนี้
ย้อนกลับไปปี 2558 ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดทำรายชื่อหุ้นยั่งยืนในชื่อ Thailand Sustainability Investment (THSI) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัทใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาผลการดำเนินงานด้านESG หรือใช้เป็น Benchmark เปรียบเทียบการดำเนินงานด้าน ESG เทียบกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันได้ โดยรายชื่อหุ้นยั่งยืน THSI เป็นเพียงการประกาศรายชื่อของบริษัทที่ผ่านเกณฑ์เท่านั้น ต่อมาเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของนักลงทุน นักวิเคราะห์ รวมถึงผู้จัดการกองทุน จึงได้เปลี่ยนจากการประกาศเพียงแค่รายชื่อมาเป็นการประกาศ SET ESG Ratings ในรูปแบบของเรตติ้ง 4 ระดับ ได้แก่ AAA AA A และ BBB
เพื่อเฟ้นหาบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และบริหารจัดการตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี กระบวนการคัดเลือก SET ESG Ratings จึงมีความเข้มข้นตลอดกระบวนการ บริษัทที่จะได้รับการประกาศเรตติ้งต้องผ่านเกณฑ์การคัดกรอง 3 เกณฑ์ ได้แก่ 1) เกณฑ์คัดกรองเบื้องต้น เพื่อคัดกรองบริษัทที่มีสิทธิ์เข้าร่วมประเมิน 2) เกณฑ์คะแนนจากแบบประเมิน ESG บริษัทต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 50% ในแต่ละมิติ ESG และ 3) เกณฑ์คุณสมบัติ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่บริษัทต้องดำรงตลอดที่อยู่ในรายชื่อ SET ESG Ratings เช่น ไม่ถูกหน่วยงานทางการตัดสินความผิดด้าน E S หรือG ไม่ถูกขึ้นเครื่องหมาย CB, CS, CC, CF มีผล CGR ไม่น้อยกว่า 3 ดาว มีกำไรสุทธิอย่างน้อย 3 ใน 5 ปีย้อนหลัง เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัทอาจถูกถอดออกจาก SET ESG Ratings ได้ หากระหว่างปีบริษัทไม่สามารถรักษามาตรฐานตามเกณฑ์คุณสมบัติได้ หรือหากมีข่าวที่เกี่ยวข้องกับประเด็น ESG บริษัทอาจถูกขึ้นหมายเหตุประกอบเรตติ้ง เพื่อให้นักลงทุนติดตามข่าว ESG ของบริษัทเพิ่มเติม
กว่าทศวรรษของการประเมินความยั่งยืนกับผลลัพธ์เชิงประจักษ์ในตลาดทุนไทย
พัฒนาการของการประเมินความยั่งยืนที่ผ่านมาจนกลายเป็น SET ESG Ratings ไม่เพียงกระตุ้นให้บริษัทจดทะเบียนหันมาให้ความสำคัญกับ ESG มากขึ้น แต่ช่วยผลักดันให้บริษัทพัฒนาจากการทำ CSR มาสู่การผนวกความยั่งยืนเข้าไปในกระบวนการทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างตลาดทุนที่แข็งแกร่ง สะท้อนผ่านผลลัพธ์เชิงประจักษ์ในมิติต่าง ๆ ดังนี้

- บริษัทขนาดกลางและเล็ก ในหุ้นยั่งยืนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
แม้การเข้าร่วมประเมิน SET ESG Ratings จะเป็นแบบภาคสมัครใจ (Voluntary) แต่ตัวเลขจำนวนบริษัทที่สมัครเข้าร่วมการประเมินและได้รับคัดเลือกให้อยู่ในหุ้นยั่งยืนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ซึ่งหากย้อนดูสถิติในภาพรวมตั้งแต่ปี 2558-2568 มีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมการประเมินความยั่งยืน จำนวน 465 บริษัท ในจำนวนนี้ มีบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ ได้รับคัดเลือกเป็นหุ้นยั่งยืน จำนวน 314 บริษัท โดยมีพัฒนาการของบริษัทขนาดกลาง-เล็กที่เข้าร่วมประเมิน และผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทขนาดกลาง-เล็กที่เป็นหุ้นยั่งยืนมีสัดส่วนถึง 60% เมื่อเทียบกับจำนวนทั้งหมด แสดงถึงการให้ความสำคัญต่อการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัทขนาดกลาง-เล็ก และเป็นการตอกย้ำว่า ESG ไม่ได้เป็นเรื่องของบริษัทใหญ่เท่านั้น แต่ธุรกิจทุกไซส์ ทุกอุตสาหกรรม สามารถดำเนินการด้าน ESG ได้
สำหรับในปี 2568 นี้ มีบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกเป็นหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ถึง 264 บริษัท โดยมีรายชื่อตามนี้ https://setsustainability.com/libraries/1258/item/set-esg-ratings
- คะแนนเฉลี่ยจากแบบประเมินสูงขึ้นในทุกมิติ ESG
ปี 2568 นี้บริษัทมีผลคะแนนจากแบบประเมินสูงขึ้นในทุกมิติ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของบริษัทจดทะเบียนในการก้าวสู่การประเมินตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะมิติสิ่งแวดล้อมที่มีคะแนนเกิน 80 คะแนนเป็นครั้งแรก สะท้อนความมุ่งมั่นในการตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) และการกำหนดบทบาทของคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารให้ต้องกำกับดูแลความเสี่ยงและติดตามผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
-
พัฒนาการด้านความยั่งยืนที่บริษัทดำเนินการได้ดีแต่สามารถพัฒนาเพิ่มได้ (Key Areas with Best Performance) ขอยกตัวอย่าง 3 เรื่องสำคัญ คือ
- การระบุประเด็นที่เป็นสาระสำคัญของธุรกิจ (Materiality) บริษัทส่วนใหญ่เปิดเผยกระบวนการระบุประเด็นที่เป็นสาระสำคัญของบริษัท รวมถึงมีการวางกลยุทธ์และกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบสนองต่อประเด็นสาระสำคัญของบริษัท อย่างไรก็ตาม บริษัทควรตระหนักว่าประเด็นเหล่านี้มีบริบทที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ควรต้องมีการทบทวนอยู่เสมอ และต้องเชื่อมโยงกับการดำเนินธุรกิจจริง มิใช่เพียงการทำตามแบบฟอร์มหรือเทมเพลต
- การเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทส่วนใหญ่เปิดเผยโครงการหรือกิจกรรมเพื่อลดการใช้พลังงาน น้ำ ขยะและของเสียไม่อันตราย รวมถึงการจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม บริษัทสามารถดำเนินการเพิ่มเติมโดยเชื่อมโยงผลลัพธ์การจัดการทรัพยากรที่ไปสู่ผลการดำเนินงานทางการเงิน (Financial Performance) ของบริษัทให้เห็นชัดเจน
- สุขภาวะและความปลอดภัย บริษัทมีการกำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณและเปิดเผยข้อมูลสถิติจากการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการดำเนินงานได้ครบถ้วน มีการประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานของพนักงานได้อย่างครอบคลุม แต่ควรขยายขอบเขตการประเมินความเสี่ยงให้ครอบคลุมถึงผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ของบริษัท และกำหนดมาตรการให้เข้มข้นสอดคล้องกับระดับความเสี่ยง
นอกจากนี้ มีประเด็นความยั่งยืนที่บริษัทไทยยังต้องพัฒนาต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน การระบุผลกระทบเชิงปริมาณของความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อกลยุทธ์ธุรกิจ และต่อผลประกอบการทางการเงินของบริษัท ตลอดจนการพัฒนากระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) ให้สมบูรณ์

การต่อยอดของ SET ESG Ratings สู่ผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ยั่งยืน
ตลอดช่วงที่ผ่านมา หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและถูกนำไปใช้ในหลายมิติ ไม่เพียงแค่ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น แต่ยังถูกนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการลงทุนอย่างหลากหลาย เช่น
ดัชนีหุ้นยั่งยืน SETESG Index
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้พัฒนา SETESG Index โดยหนึ่งในเกณฑ์ของการคัดเลือกหุ้นในดัชนีคือต้องเป็นบริษัทที่อยู่ในรายชื่อ SET ESG Ratings หลายกองทุนใช้ SETESG Index เป็นดัชนีอ้างอิง (Benchmark) ในการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุน หรือใช้คัดกรองรายชื่อหุ้นเบื้องต้น (Stock Screening) เพื่อลงทุน ทั้งนี้ SET ESG Ratings ปี 2568 จะใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดทำ SETESG Index รอบทบทวนเดือน ธ.ค. 2568 และ มิ.ย. 2569
กองทุน Thai ESG
SET ESG Ratings ยังถูกใช้เป็นเกณฑ์สำหรับคัดหุ้นเข้ากองทุน Thai ESG ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีมูลค่ากว่า 7.8 หมื่นล้านบาท (ข้อมูลเดือน ต.ค. 2568) สะท้อนถึงความสนใจของนักลงทุนด้าน ESG ได้อย่างชัดเจน ในขณะที่นักวิเคราะห์เองก็ใช้ข้อมูล SET ESG Ratings ประกอบการวิเคราะห์หุ้นในบทวิเคราะห์ รวมถึงให้คำแนะนำการลงทุน ช่วยให้นักลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ครบถ้วนอีกด้วย ทั้งนี้ SET ESG Ratings จะถูกใช้เป็น Universe ของกองทุน Thai ESG ได้ถึง ธ.ค. 2569
ล่าสุดสถาบันการเงินใช้ SET ESG Ratings เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการพิจารณาและปรับผลตอบแทนทางการเงินให้แก่ลูกค้าบริษัทจดทะเบียน หากบริษัทมีผลเรตติ้งเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางการเงินเพิ่มเติมกับสถาบันการเงิน ซึ่งนอกจากจะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนแล้ว ยังจะช่วยผลักดันการพัฒนาการดำเนินงานด้าน ESG ของบริษัทได้อีกด้วย

ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา SET ESG Ratings มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนไทยยกระดับESG อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน อีกทั้งยังสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระยะยาวให้บริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้ ยังเป็นข้อมูลสำคัญให้นักลงทุนและนักวิเคราะห์ใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน โดยไม่ใช่เพียงการดูผลประกอบการทางการเงินแต่เพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึงความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาวควบคู่กันไป
นับว่า SET ESG Ratings ได้ช่วยวางรากฐานการดำเนินงานด้าน ESG ให้แก่บริษัทจดทะเบียนไทยให้พร้อมต่อยอดไปสู่การประเมินในระดับสากลอย่าง FTSE Russell ESG Scores ซึ่งจะเริ่มประกาศผลในเดือนธันวาคม ปี 2569 ได้อย่างมั่นคง

ข้อมูลอ้างอิง:
https://today.line.me/th/v3/article/RBXknzj
https://www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile
https://setsustainability.com/ESG-ratings